หน้าแรก > สร้างสรรค์สังคม > รักษ์สิ่งแวดล้อม > การจัุดการน้ำ  
     
 
 
บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มรายแรกที่มีการใช้ระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากตระหนักว่าน้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของประเทศ บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายและระบบการควบคุมคุณภาพน้ำอันเคร่งครัด โดยการออกแบบและเลือกใช้ระบบบำบัดน้ำเสียที่มีความเหมาะสมกับ คุณลักษณะของน้ำเสียจากโรงงาน รวมถึงสภาพแวดล้อมทั่วไป และที่ตั้งของโรงงานแต่ละโรงงาน โดยปัจจุบันแต่ละโรงงานของบริษัท ฯ มีระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นระบบบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพ ดังนี้

โรงงานปทุมธาน ใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ UASB (Up-flow Anaerobic Sludge Blanket) และระบบบำบัดน้ำเสียแบบ AS (Activated Sludge)
โรงงานนครราชสีมา ใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Aerated Lagoon และระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Oxidation Pond และระบบตกตะกอนในการกำจัดสาหร่าย
โรงงานนครสวรรค ใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ AS (Activated Sludge)
โรงงานสุราษฎร์ธานี ใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ AS (Activated Sludge)
โรงงานชลบุรี ใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Anaerobic Filter และระบบบำบัดน้ำเสียแบบ AS (Activated Sludge)


คุณสมบัติของระบบบำบัดแต่ละชนิด การควบคุมดูแล และการรักษาคุณภาพ โรงงานต้นแบบระบบบำบัดน้ำเสีย  
 
คุณสมบัติของระบบบำบัดแต่ละชนิด

1. ระบบบำบัดน้ำเสียแบบไม่ใช้อากาศ (Anaerobic) คือ ระบบ UASB (Up-flow Anaerobic Sludge Blanket) และ Anaerobic Filter จะสามารถกำจัดความสกปรกในน้ำที่มี Loading สูง ๆ ได้ดี และสามารถรับสภาพน้ำที่มีความเปลี่ยนผันได้สูง แต่มีข้อจำกัด คือ ไม่สามารถบำบัดให้ได้น้ำทิ้งซึ่งผ่านมาตรฐานน้ำเสียได้ โดยปกติจะมี Efficiency ในการลดค่าความสกปรกได้ประมาณ 70% – 80% ดังนั้นน้ำทิ้งที่ออกจากระบบบำบัดแบบไม่ใช้ออกซิเจน จะต้องเข้าสู่ระบบบำบัดแบบใช้อากาศ ซึ่งของโรงงาน คือแบบ AS (Activated Sludge) ต่อไป

ตัวอย่าง
น้ำเสียมีค่า BOD 100 ppm. เมื่อผ่านระบบ Anaerobic จะมีค่า BOD เหลือประมาณ 20 – 30 ppm ซึ่งไม่ผ่านมาตรฐาน (Std. 20 ppm) ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ระบบ Aerobic บำบัดอีกครั้ง ซึ่งจะได้น้ำทิ้งมีค่า BOD เหลือประมาณ 0.6 – 4.5 ppm. ซึ่งผ่านมาตรฐาน
   
2. ระบบบำบัดน้ำเสียแบบใช้อากาศ (Aerobic) คือ
2.1 ระบบ AS (Activated Sludge) เป็นระบบที่ง่ายต่อการควบคุมดูแล โดยปกติจะมีศักยภาพในการลดค่าความสกปรกได้ประมาณ 85%- 97% นอกจากนี้ยังใช้พื้นที่น้อยอีกด้วย
2.2 ระบบ Aerated Lagoon และ Oxidation Pond เป็นระบบที่ง่ายต่อการควบคุมดูแล ไม่มีการใช้เครื่องกลที่ซับซ้อน อาศัยธรรมชาติในการบำบัด โดยปกติจะมีศักยภาพในการลดค่าความสกปรกได้ประมาณ 80% – 90% แต่มีข้อจำกัดคือต้องใช้พื้นที่มาก
 
การเลือกใช้ระบบบำบัดน้ำเสียที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละโรงงาน เนื่องจากโรงงานแต่ละแห่งมีปัจจัยที่แตกต่างกันดังนี้

1. ปริมาณน้ำเสีย และค่าภาระบรรทุกความสกปรก (ค่า BOD Loading) เช่น โรงงานปทุมธานี และโรงงานชลบุรี จะมีปริมาณน้ำเสียและค่า BOD Loading สูง ดังนั้นจึงเหมาะสมกับการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบบำบัดน้ำเสียแบบไม่ใช้อากาศ (Anaerobic) คือระบบ UASB (Up-flow Anaerobic Sludge Blanket) และ Anaerobic Filter เพื่อลดค่า BOD loading ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียแบบใช้อากาศ คือระบบ AS (Activated Sludge)
2. พื้นที่ของโรงงาน เช่น โรงงานนครราชสีมา มีพื้นที่มากพอที่จะใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Aerated Lagoon และ แบบ Oxidation Pond เนื่องจากทั้ง 2 ระบบจำเป็นจะต้องมีบ่อบำบัดน้ำเสียที่มีขนาดใหญ่

นอกจากนี้ระบบ Oxidation Pond ยังเหมาะสมกับโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีฤดูร้อนยาวนาน เนื่องจากจะต้องใช้แสงแดดในการสร้างปฏิกริยาให้สาหร่ายในน้ำเสียสามารถสังเคราะห์แสงเพื่อย่อยสลายสิ่งสกปรกไฃได้
3. ความเหมาะสมของโรงงาน เช่น โรงงานนครสวรรค์ และโรงงานสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีปริมาณน้ำเสีย และค่า BOD Loading ต่ำ รวมทั้งพื้นที่โรงงานมีไม่มากนัก ดังนั้น จึงมีการใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ AS (Activated Sludge) เนื่องจากง่ายต่อการควบคุมดูแลและใช้พื้นที่ของระบบบำบัดน้ำเสียน้อย



  กลับด้านบน