| |
 |
บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มรายแรกที่มีการใช้ระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากตระหนักว่าน้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของประเทศ บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายและระบบการควบคุมคุณภาพน้ำอันเคร่งครัด โดยการออกแบบและเลือกใช้ระบบบำบัดน้ำเสียที่มีความเหมาะสมกับ คุณลักษณะของน้ำเสียจากโรงงาน รวมถึงสภาพแวดล้อมทั่วไป และที่ตั้งของโรงงานแต่ละโรงงาน โดยปัจจุบันแต่ละโรงงานของบริษัท ฯ มีระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นระบบบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพ ดังนี้
| โรงงานปทุมธานี |
ใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ UASB (Up-flow Anaerobic Sludge Blanket) และระบบบำบัดน้ำเสียแบบ AS (Activated Sludge) |
| โรงงานนครราชสีมา |
ใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Aerated Lagoon และระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Oxidation Pond และระบบตกตะกอนในการกำจัดสาหร่าย |
| โรงงานนครสวรรค์ |
ใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ AS (Activated Sludge) |
| โรงงานสุราษฎร์ธานี |
ใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ AS (Activated Sludge) |
| โรงงานชลบุรี |
ใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Anaerobic Filter และระบบบำบัดน้ำเสียแบบ AS (Activated Sludge) |
|
คุณสมบัติของระบบบำบัดแต่ละชนิด
| 1. |
ระบบบำบัดน้ำเสียแบบไม่ใช้อากาศ (Anaerobic) คือ ระบบ UASB (Up-flow Anaerobic Sludge Blanket) และ Anaerobic Filter จะสามารถกำจัดความสกปรกในน้ำที่มี Loading สูง ๆ ได้ดี และสามารถรับสภาพน้ำที่มีความเปลี่ยนผันได้สูง แต่มีข้อจำกัด คือ ไม่สามารถบำบัดให้ได้น้ำทิ้งซึ่งผ่านมาตรฐานน้ำเสียได้ โดยปกติจะมี Efficiency ในการลดค่าความสกปรกได้ประมาณ 70% 80% ดังนั้นน้ำทิ้งที่ออกจากระบบบำบัดแบบไม่ใช้ออกซิเจน จะต้องเข้าสู่ระบบบำบัดแบบใช้อากาศ ซึ่งของโรงงาน คือแบบ AS (Activated Sludge) ต่อไป
ตัวอย่าง น้ำเสียมีค่า BOD 100 ppm. เมื่อผ่านระบบ Anaerobic จะมีค่า BOD เหลือประมาณ 20 30 ppm ซึ่งไม่ผ่านมาตรฐาน (Std. 20 ppm) ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ระบบ Aerobic บำบัดอีกครั้ง ซึ่งจะได้น้ำทิ้งมีค่า BOD เหลือประมาณ 0.6 4.5 ppm. ซึ่งผ่านมาตรฐาน |
| |
|
| 2. |
ระบบบำบัดน้ำเสียแบบใช้อากาศ (Aerobic) คือ
| 2.1 |
ระบบ AS (Activated Sludge) เป็นระบบที่ง่ายต่อการควบคุมดูแล โดยปกติจะมีศักยภาพในการลดค่าความสกปรกได้ประมาณ 85%- 97% นอกจากนี้ยังใช้พื้นที่น้อยอีกด้วย |
| 2.2 |
ระบบ Aerated Lagoon และ Oxidation Pond เป็นระบบที่ง่ายต่อการควบคุมดูแล ไม่มีการใช้เครื่องกลที่ซับซ้อน อาศัยธรรมชาติในการบำบัด โดยปกติจะมีศักยภาพในการลดค่าความสกปรกได้ประมาณ 80% 90% แต่มีข้อจำกัดคือต้องใช้พื้นที่มาก |
|
|
|
การเลือกใช้ระบบบำบัดน้ำเสียที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละโรงงาน เนื่องจากโรงงานแต่ละแห่งมีปัจจัยที่แตกต่างกันดังนี้
| 1. |
ปริมาณน้ำเสีย และค่าภาระบรรทุกความสกปรก (ค่า BOD Loading) เช่น โรงงานปทุมธานี และโรงงานชลบุรี จะมีปริมาณน้ำเสียและค่า BOD Loading สูง ดังนั้นจึงเหมาะสมกับการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบบำบัดน้ำเสียแบบไม่ใช้อากาศ (Anaerobic) คือระบบ UASB (Up-flow Anaerobic Sludge Blanket) และ Anaerobic Filter เพื่อลดค่า BOD loading ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียแบบใช้อากาศ คือระบบ AS (Activated Sludge) |
| 2. |
พื้นที่ของโรงงาน เช่น โรงงานนครราชสีมา มีพื้นที่มากพอที่จะใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Aerated Lagoon และ แบบ Oxidation Pond เนื่องจากทั้ง 2 ระบบจำเป็นจะต้องมีบ่อบำบัดน้ำเสียที่มีขนาดใหญ่
นอกจากนี้ระบบ Oxidation Pond ยังเหมาะสมกับโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีฤดูร้อนยาวนาน เนื่องจากจะต้องใช้แสงแดดในการสร้างปฏิกริยาให้สาหร่ายในน้ำเสียสามารถสังเคราะห์แสงเพื่อย่อยสลายสิ่งสกปรกไฃได้ |
| 3. |
ความเหมาะสมของโรงงาน เช่น โรงงานนครสวรรค์ และโรงงานสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีปริมาณน้ำเสีย และค่า BOD Loading ต่ำ รวมทั้งพื้นที่โรงงานมีไม่มากนัก ดังนั้น จึงมีการใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ AS (Activated Sludge) เนื่องจากง่ายต่อการควบคุมดูแลและใช้พื้นที่ของระบบบำบัดน้ำเสียน้อย |
|
|
| |
| การควบคุมดูแล และการรักษาคุณภาพ |
 |
 |
บุคลากร
| บริษัทฯ ดำเนินการควบคุมดูแลระบบบำบัดน้ำเสียและการรักษาคุณภาพน้ำทิ้งที่ปล่อยออกจากโรงงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องตลอดเวลา โดยมีทีมเจ้าหน้าที่รับผิดชอบควบคุมดูแลระบบบำบัดน้ำเสียกว่า 20 คน ในระดับต่าง ๆ ดังนี้ |
| 1. |
ระดับผู้ควบคุมดูแลระบบ จำนวน 7 คน โดยเจ้าหน้าที่จะต้องสอบผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย |
| 2. |
ระดับผู้ปฏิบัติงานประจำ จำนวน 11 คน โดยเจ้าหน้าที่จะต้องสอบผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานประจำระบบบำบัดมลพิษน้ำจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย |
| 3. |
ระดับพนักงาน จำนวน 9 คน โดยเจ้าหน้าที่จะต้องได้รับการฝึกอบรมให้เกิดความชำนาญในการปฏิบัติงาน จากผู้ควบคุมดูแลระบบ และผู้ปฏิบัติงานประจำ |
|
| |
|
 |
การตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
เพื่อการรักษาคุณภาพน้ำทิ้งที่ปล่อยออกจากโรงงานให้มีความสะอาดที่สุด บริษัทฯ ได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำเสีย เพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับใช้ในการควบคุมดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ โดยทำการตรวจวิเคราะห์พารามิเตอร์ต่าง ๆ ดังนี้
| Parameter |
ความถี่ |
| pH, Temperature |
ทุกชั่วโมง |
| COD, VFA, SV30, TDS, DO |
ทุกวัน |
| BOD, TSS, MLSS, MLVSS, Grease & Oil |
ทุกสัปดาห์ |
| TKN |
สัปดาห์ละ 2 ครั้ง |
|
| |
|
 |
คุณภาพน้ำทิ้งที่ปล่อยออกจากโรงงานด้วยความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในเรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้กำหนดเป้าหมายในการลดปริมาณของเสียจากการดำเนินงานให้น้อยที่สุด เนื่องจากไม่ต้องการเพิ่มภาระและผลกระทบให้กับสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติ จากการดำเนินงานที่ผ่านมา น้ำทิ้งที่ปล่อยออกจากโรงงานของบริษัทฯ มีค่าความสกปรกในรูปของค่า BOD ไม่เกิน 5 มล./ลิตร โดยมาตรฐานของหน่วยงานราชการที่กำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมโรงงาน ได้แก่กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมควบคุมมลพิษ กำหนดให้มีค่าความสกปรกในน้ำในรูปของค่า BOD ไม่เกิน 20 มล./ลิตร ทั้งนี้ น้ำทิ้งจากบ้านเรือนทั่วไปมีค่าความสกปรกในรูปของค่า BOD ประมาณ 110 - 400 มล./ลิตร (อ้างอิง Metcalf & Eddy, 1991) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแล้ว น้ำทิ้งของบริษัทฯ มีความสะอาดสูงกว่าที่มาตรฐานกำหนด และมีความสะอาดสูงกว่าน้ำทิ้งที่ปล่อยจากบ้านเรือน ทั้งนี้ เนื่องจากการควบคุมดูแลคุณภาพน้ำทิ้งอย่างใกล้ชิด |
| |
|
 |
โครงการ Online Pollution Monitoring System
เพื่อการพัฒนาระบบการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งที่ปล่อยออกจากโรงงานอย่างต่อเนื่อง ในปี 2549 บริษัทฯ จึงได้มีการลงทุนกว่า 10 ล้านบาท เพื่อติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดค่าความสกปรกในน้ำในรูปของค่า BOD ของน้ำทิ้งก่อนปล่อยออกจากโรงงานทั้ง 5 แห่ง โดยการนำเข้าเครื่องมือยี่ห้อ HACH จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงในการตรวจสอบคุณภาพน้ำ โดยข้อมูลผลคุณภาพน้ำทิ้งดังกล่าวบริษัทฯ จะทำการเชื่อมโยงผ่านระบบดาวเทียมไปยังหน่วยงานราชการ คือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อรายงานผลคุณภาพน้ำทิ้งที่ปล่อยออกจากโรงงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้น จึงทำให้มั่นใจได้ตลอดเวลาว่าบริษัทฯ มีการควบคุมดูแลระบบบำบัดน้ำเสียอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณภาพน้ำทิ้งมีความสะอาดก่อนปล่อยออกจากโรงงานของบริษัทฯ ทั้ง 5 แห่ง |
|
|
โรงงานต้นแบบระบบบำบัดน้ำเสีย
| นอกจากการดำเนินงานด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมภายในองค์กรแล้ว บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ยังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ทั้งในระดับสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนวิชาชีพสิ่งแวดล้อม หน่วยงานราชการ และบริษัทเอกชนทั่วไป ว่าระบบบำบัดน้ำเสียของเสริมสุขฯ เป็นระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพสูงซึ่งทำให้เกิดตะกอนจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม ในการนำไปใช้ในกระบวนการบำบัดน้ำเสียที่มีคุณลักษณะต่างๆ ได้อีกด้วย ตลอดมา บริษัทฯ ได้เผยแพร่ข้อมูลการจัดการน้ำของบริษัทฯ ให้แก่หน่วยงานและองค์กรอื่น ๆ ที่สนใจ ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรมภาคเอกชน, หน่วยงานราชการ และสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อเป็นอีกทางหนึ่งในการกระตุ้นให้หน่วยงานและองค์กรอื่นๆ เกิดความตระหนักและช่วยกันพัฒนาเทคโนโลยี และการดำเนินงานด้านการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้ดำเนินงานเผยแพร่ข้อมูลการจัดการน้ำ ดังนี้ |
 |
 |
 |
การอนุเคราะห์ตะกอนจุลินทรีย์ เพื่อใช้ในการ Start Up ระบบบำบัดน้ำเสีย
การลงทุนใช้ระบบบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีการทางชีวภาพ นอกจากจะทำให้น้ำเสียได้รับการบำบัดจนได้มาตรฐานดีกว่าที่กฎหมายกำหนดแล้ว ยังก่อให้เกิดตะกอนจุลินทรีย์ซึ่งมีคุณสมบัติดีเหมาะสำหรับการนำกลับไปใช้ในกระบวนการ Start Up ระบบบำบัดน้ำเสียตามคุณลักษณะต่าง ๆ อีกด้วย การใช้ตะกอนจุลินทรีย์ในการ Start Up ทำให้กระบวนการ Start Up มีความรวดเร็วและสามารถเดินระบบจนได้น้ำทิ้งที่ผ่านมาตรฐานได้เร็ว อีกทั้งเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้อนุเคราะห์ตะกอนจุลินทรีย์แก่บริษัทต่าง ๆ สำหรับใช้ในการย่อยสลายสิ่งสกปรกซึ่งจำเป็นสำหรับกระบวนการ Start Up ระบบบำบัดน้ำเสีย พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่บริษัทที่ขอรับตะกอนจุลินทรีย์ ให้ทราบถึงเทคนิคและวิธีการควบคุมดูแลระบบบำบัดน้ำเสียที่ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอื่น ๆ มีความรู้ความสามารถและร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรน้ำ เพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีของประเทศ โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ให้ความอนุเคราะห์ตะกอนจุลินทรีย์แก่บริษัทต่าง ๆ ดังนี้
| บริษัท |
ตะกอนจุลินทรีย์ |
ปริมาณ (m3) |
| บ. เกษตรพืชผล จ.นครสวรรค์ |
UASB |
60 |
| บ. เกษตรอินทรี จ.ปทุมธานี |
UASB |
100 |
| บ.นาลโก อินดัสเทรียล เซอร์วิส |
UASB |
3 |
| บ.ไฮเนเก้น จ.ปทุมธานี |
UASB |
400 |
| บ.Pet form จ.ระยอง |
UASB |
310 |
| บ.อีสเติร์นไทย จ.ชลบุรี |
UASB |
300 |
| บ.น้ำมันพืชทิพย์ |
AS |
20 |
| บ.เวิล์ดกรีนออยล์ จ.ปทุมธานี |
AS |
12 |
| บ.เบทเตอร์เวิล์ดกรีน จ.สระบุรี |
UASB |
2 |
| บ. S.C.Artistry |
UASB |
20 |
| บ.ซัลฟลาว สตาร์ช อินดัสตรี |
UASB |
150 |
| บ.Siam food จ.ชลบุรี |
UASB |
95 |
|
|
|
 |
การอนุเคราะห์ตะกอนจุลินทรีย์ เพื่อใช้ในศึกษาวิจัย และค้นคว้าพัฒนา
เพื่อการศึกษาวิจัยและค้นคว้าพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย บริษัทฯ ได้ให้ความอนุเคราะห์ตะกอนจุลินทรีย์แก่บริษัทที่ประกอบอุตสาหกรรมต่าง ๆ และเปิดโอกาสให้นักวิชาการ นิสิต-นักศึกษา ที่ทำการศึกษาวิจัยและค้นคว้าพัฒนาเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสีย เข้าศึกษารายละเอียดการควบคุมดูแลระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาโครงการศึกษาต่าง ๆ โดยปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยต่าง ๆ ในการศึกษาค้นคว้าวิจัยดังนี้
| บริษัท |
ตะกอนจุลินทรีย์ |
ปริมาณ (m3) |
| จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
UASB |
0.01 |
| มหาวิทยาลัยมหิดล |
UASB |
1 |
| มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
AS |
20 |
| มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี |
UASB |
1 |
| สถาบันวิจัย AIT |
UASB |
0.1 |
| สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ (วว.) |
UASB |
1 |
| มหาวิทยาลัยรามคำแหง |
UASB |
0.04 |
| มหาวิทยาลัยสวนดุสิต |
UASB |
0.02 |
| มหาวิทยาลัยสวนดุสิต |
UASB |
0.01 |
|
|
|
 |
แหล่งเรียนรู้การควบคุมดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 50 ปี บริษัทฯ เป็นแหล่งเรียนรู้การควบคุมดูแลระบบบำบัดน้ำเสียให้แก่สถาบันการศึกษาและหน่วยงาน
ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งหวังว่านอกจากเป็นการเปิดโอกาสที่จะเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับผู้ที่เข้าเยี่ยมชมแล้ว การที่บริษัทฯ ได้เป็นต้นแบบในการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ และร่วมกันรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศได้อีกช่องทางหนึ่ง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเปิดโอกาสให้นิสิต-นักศึกษา ในระดับอุดมศึกษาซึ่งศึกษาในสายวิชาชีพสิ่งแวดล้อม เข้าฝึกงานด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ เป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยสนับสนุนพัฒนาความรู้ความสามารถ และเสริมสร้างประสบการณ์ในสายวิชาชีพของบุคลากรที่จะเป็นผู้ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศในอนาคต
ทั้งนี้ เฉพาะในปีที่ผ่านมา มีนักวิชาการ นิสิต-นักศึกษา กว่า 500 คน จากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ ได้เข้าเยี่ยมชมระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงาน อาทิ
| วันที่เยี่ยมชม |
หน่วยงาน/สถาบันการศึกษา |
| 11 ส.ค. 2549 |
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| 29 ส.ค. 2549 |
มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี |
| 14 ก.ย. 2549 |
มหาวิทยาลัยศิลปากร |
| 20 ต.ค. 2549 |
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| 7 พ.ย. 2549 |
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| 12 ม.ค. 2550 |
มหาวิทยาลัยราชมงคลวิทยาเขตธัญบุรี |
| 8 ก.พ. 2550 |
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| 15 ก.พ. 2550 |
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ |
| 15 ก.พ. 2550 |
มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลลงกรณ์ |
| 19 มี.ค. 2550 |
มหาวิทยาลัยราชมงคลวิทยาเขตธัญบุรี |
| 30 มี.ค. 2550 |
มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร |
| 7 พ.ค. 2550 |
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ (วว.) |
| 25 พ.ค. 2550 |
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
|
| |
|
 |
โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม
โครงการใช้ Methane Gas ทดแทนน้ำมันเตา
โรงงานปทุมธานี บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ได้มีการนำระบบบำบัดน้ำเสียแบบ UASB มาใช้ในการบำบัดน้ำเสียจากโรงงาน โดยความสกปรกในน้ำเสียจะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ที่อยู่ภายในระบบ ให้เปลี่ยนสภาพเป็นแก๊สมีเทน (Methane) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ (Bio Fuel) ที่มีคุณสมบัติในการให้พลังงานความร้อน และสามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้
ดังนั้น ในปี 2548 ซึ่งเป็นปีที่ทั่วโลกเริ่มประสบวิกฤติพลังงาน เพื่อการช่วยประหยัดพลังงานของประเทศ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) จึงได้ดำเนินการลงทุนกว่า 2 ล้านบาท ในการติดตั้งระบบรวบรวมและขนถ่ายแก๊สมีเทนที่เกิดขึ้นจากการบำบัดน้ำเสีย เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันเตาสำหรับระบบ Boiler ในกระบวนการผลิต โดยสามารถลดการใช้น้ำมันเตาได้ถึงปีละกว่า 200,000 ลิตร ซึ่งนอกจากเป็นการช่วยประหยัดพลังงานของประเทศแล้ว การใช้พลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพยังสามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญของโลกในขณะนี้ได้อีกด้วย |
| |
|
 |
การนำน้ำทิ้งมาใช้ซ้ำ และนำเชื้อจุลินทรีย์ส่วนเกินมาทำปุ๋ย
เพื่อการประหยัดทรัพยากรน้ำ บริษัทฯ ได้บริหารจัดการน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้ว โดยการนำน้ำทิ้งซึ่งมีความสะอาด หมุนเวียนกลับมาใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การรดน้ำต้นไม้ภายในโรงงาน นอกจากนี้ กระบวนการบำบัดน้ำเสีย โดยวิธีการทางชีวภาพซึ่งโดยธรรมชาติจะมีตะกอนจุลินทรีย์ส่วนเกินที่เกิดขึ้นจากการย่อยสลายสิ่งสกปรกในน้ำ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด บริษัทฯ ได้มีการนำตะกอนดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ในการทำเป็นปุ๋ยชีวภาพ เพื่อใช้ในการบำรุงรักษาสนามหญ้าและต้นไม้ภายในบริเวณโรงงาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดปริมาณของเสียให้น้อยที่สุด |
|
|
|
|