
เสริมสุขยังเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกทั้งที่เป็นนักวิชาการ นิสิตนักศึกษาเข้ามาศึกษาดูงานระบบบำบัดน้ำเสียด้วยมากกว่าปีละ 1,000 คน พร้อมทั้งยังเป็นต้นแบบในระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ และผลักดันให้หน่วยงานต่างๆ เกิดการเรียนรู้และมีจิตสำนึก โดยการเป็นที่ปรึกษาและช่วยดำเนินการจัดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย และอนุเคราะห์เชื้อจุลินทรีย์จากระบบบำบัดน้ำเสียให้กับโรงงานต่างๆ กว่า 40 แห่ง
ในปีนี้ เสริมสุขยังได้ขยายผลความสำเร็จจากภายในสู่ภายนอก ด้วยการเปิดประสบการณ์ Serm Suk Green Dimensions บ่มดีเอ็นเอเยาวชนพันธุ์ใหม่ผ่านโครงการ “คนรุ่นใหม่หัวใจสีเขียว” โดยมูลนิธิทรง บุลสุข และความร่วมมือกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการเปิดโอกาสให้เยาวชนวัยสร้างสรรค์ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นต้น (ปวช.) ได้รวมตัวกันเป็นทีม 4คนนำเสนอไอเดียในเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ แม่น้ำ พลังงาน ป่า อากาศ และขยะ ในรูปแบบไฟล์พรีเซนเตชั่น หรือวิดิโอคลิปความยาวไม่เกิน 10 นาที เพื่อชิงทุนการศึกษาประจำปี 2551 โดยมูลนิธิทรง บุลสุข ปีที่ 16 รวมมูลค่า 1 ล้านบาท อีกด้วย
ด้วยวัฒนธรรมในการดำรงรักษาสิ่งแวดล้อมที่เสริมสุขยึดถือและปฏิบัติมาตลอดเวลา 55 ปี รวมทั้งโครงการจัดการสิ่งแวดล้อม Serm Suk Green Dimensions 5 มิติที่ขยายผลจนเกิดเป็นพฤติกรรม “ลงมือทำจริง” ของชาวเสริมสุขจากภายในองค์กรสู่ภายนอก ผมเชื่อมั่นว่าจะส่งผลให้เสริมสุขเป็นธุรกิจที่สามารถยืนหยัดเคียงคู่สิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืนในสังคมไทยตลอดไป |